skip to Main Content
ตรอ. คือ อะไร ??

ตรอ. ก็คือ สถานตรวจสภาพรถเอกชน ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ให้บริการตรวจสภาพรถของท่านก่อนต่อภาษี หรือ ก่อนต่อทะเบียนรถ เมื่อรถที่ครบกำหนดการใช้งาน (รถยนต์ 7 ปี, รถจักรยานยนต์ 5 ปี) ต้องตรวจสภาพรถ ก่อนเสียภาษีรถเป็นประจำทุกปี เพื่อเช็คสมรรถภาพ ความพร้อม และความสมบูรณ์ของตัวรถ เพื่อลดการปล่อยมลพิษ ทั้งทางอากาศ และทางเสียง และลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่มีสาเหตุมาจากความบกพร่องของรถ เป็นต้น

การดูว่ารถของเรานั้นครบกำหนดที่ต้องตรวจสภาพแล้วหรือยัง เช่น รถยนต์ ให้นับจากวันที่จดทะเบียน ซึ่งสามารถดูวันที่จดทะเบียนได้จากในเล่มคู่มือรถสีน้ำเงินที่กรมการขนส่ง เป็นคนออกให้ หรือดูจากสำเนาคู่มือรายการจดทะเบียนรถก็ได้ สมมุติรถจดทะเบียนวันที่ 24 พ.ย. 2540 ให้นับไปอีก 7 ปี ก็จะต้องตรวจสภาพครั้งแรกในวันที่ 25 พ.ย. 2547 (รถยนต์ครบ 7ปี) แต่จริงๆ แล้วสามารถตรวจสภาพครั้งแรกได้ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. 2547 เพราะ เราสามารถตรวจสภาพได้ก่อนภาษีขาด 90 วัน

การนำรถไปตรวจสภาพรถที่ ตรอ. นั้น ท่านสามารถนำรถไปตรวจสภาพได้ที่ ตรอ. ใกล้บ้านท่าน โดยสามารถตรวจได้ก่อนภาษีขาด 90 วัน และใบตรวจสภาพรถจาก ตรอ. นั้น จะมีอายุ 90 วัน นับจากวันที่ตรวจสภาพ

เอกสารที่ต้องใช้ในการตรวจสภาพรถ คือ
1. รถที่ต้องการตรวจสภาพ
2. เอกสารยืนยันตัวรถ ก็คือ เล่มทะเบียน (รถยนต์เล่มสีน้ำเงิน, รถจักรยานยนต์เล่มสีเขียว) หรือ ใช้สำเนาหน้าทะเบียนรถแทนก็ได้


 

ค่าบริการตรวจสภาพรถ
• รถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) ราคา 60 บาท
• รถยนต์ น้ำหนักไม่เกิน 2,000 กก. ราคา 200 บาท
• รถยนต์น้ำหนักเกิน 2,000 กก. ราคา 300 บาท

นอกจากนี้ทาง ตรอ. ยังมีบริการจัดจำหน่าย พ.ร.บ. ประกันภัยรถ และบริการอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านด้วย เช่น รับฝากต่อทะเบียนรถ ฝากโอนย้าย แจ้งเปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่อง เสริมกระบะข้าง เป็นต้น

เมื่อรถของเราได้ผ่านการตรวจสภาพรถแล้ว เราก็จะได้ใบตรวจสภาพรถมา ซึ่งเราก็ต้องนำไปต่อภาษีที่กรมการขนส่งทางบก ที่เราอยู่ใกล้ โดยยื่นคู่กับ พ.ร.บ. และเอกสารคู่มือจดทะเบียนรถ หรือสำเนาคู่มือจดทะเบียนรถก็ได้

บทสรุป

ตรอ. หรือ สถานตรวจสภาพรถ คือ สถานที่ตรวจสภาพรถ ก่อนต่อทะเบียน หรือ ต่อภาษีรถ ซึ่งรถทุกคันที่ครบกำหนดตรวจสภาพ จำเป็นต้องตรวจสภาพก่อนต่อทะเบียนทุกปี!!

สำหรับท่านที่อยู่ในจังหวัดระยอง สามารถมาตรวจสภาพได้ที่ แผนที่ ตรอ. เมืองยอง

Back To Top